บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2021

ทาน ที่จัดว่าเป็น มหาทาน

รูปภาพ
ทาน ที่จัดว่าเป็น มหาทาน ภิกษุทั้งหลาย! อริยสาวก ในกรณีนี้ ละปาณาติบาต เว้นขาดจากปาณาติบาต. ภิกษุทั้งหลาย! อริยสาวกเว้นขาดจากปาณาติบาตแล้ว ย่อมชื่อว่า ให้อภัยทาน อเวรทาน อัพยาปัชฌทาน แก่สัตว์ทั้งหลายมากไม่มีประมาณ; ครั้นให้อภัยทาน อเวรทาน อัพยาปัชฌทาน แก่สัตว์ทั้งหลายมากไม่มีประมาณแล้ว ย่อมเป็นผู้ มีส่วนแห่งความ ไม่มีภัย ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน อันไม่มีประมาณ. ภิกษุทั้งหลาย! นี้เป็นทานชั้นปฐม เป็นมหาทาน รู้จักกันว่าเป็นของเลิศ เป็นของมีมานาน เป็นของประพฤติสืบกันมาแต่โบราณ ไม่ถูกทอดทิ้งเลย ไม่เคยถูกทอดทิ้งในอดีต ไม่ถูกทอดทิ้งอยู่ในปัจจุบัน และจักไม่ถูกทอดทิ้งในอนาคต อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ไม่คัดค้าน. ภิกษุทั้งหลาย! ข้อนี้เป็นท่อธารแห่งบุญ เป็นที่ไหลออกแห่งกุศล นำมาซึ่งสุข เป็นไปเพื่อยอดสุดอันดี มีสุขเป็นวิบาก เป็นไปเพื่อสวรรค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขอันพึงปรารถนา น่ารักใคร่ น่าพอใจ. (ในกรณีศีล ๕ อีกสี่ข้อที่เหลือ คือ การเว้นขาดจากอทินนาทาน, การเว้นขาดจากกาเมสุมิฉาจ...

ความเป็นไปได้ยาก ที่จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา

รูปภาพ
ความเป็นไปได้ยาก ภิกษุทั้งหลาย! เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร : ฝุ่นนิดหนึ่งที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้ กับมหาปฐพีนั้น ข้างไหนจะมากกว่ากัน? ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดินที่มากกว่า ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้ เป็นของมีประมาณน้อย ฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพี ย่อมไม่ถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้ ไม่เข้าถึงแม้ซึ่งส่วนเสี้ยว. ภิกษุทั้งหลาย! อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว จะกลับไปเกิดในหมู่มนุษย์ มีน้อย โดยที่แท้ สั ตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย มีมากกว่าโดยแท้. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ภิกษุทั้งหลาย! ข้อนั้นเพราะความที่สัตว์เหล่านั้น ไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่. อริยสัจสี่ อย่างไรเล่า? สี่อย่างคือ :- อริยสัจคือ ทุกข์ อริยสัจคือ เหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์ อริยสัจคือ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อริยสัจคือ ทางดำเนินให้ถึง ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์. ภิกษุทั้งหลาย! เพราะเหตุนั้น ในเรื่องนี้ เธอพึง...

พระโสดาบัน ประกอบพร้อมแล้วด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อนิพพาน

รูปภาพ
แว่นส่องความเป็นพระโสดาบัน อานนท์ ! เราจักแสดงธรรมปริยาย อันชื่อว่า แว่นธรรม ซึ่งหากอริยสาวกผู้ใด ได้ประกอบพร้อมแล้ว เมื่อจำนงจะพยากรณ์ตนเอง ก็พึงทำได้ ในข้อที่ตนเป็นผู้มีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดเดรัจฉานสิ้นแล้ว มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว มีอบาย ทุคติ วินิบาตสิ้นแล้ว, ในข้อที่ตนเป็นพระโสดาบันผู้มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน เป็นผู้มีอันจะตรัสรู้ธรรมได้ในกาลเบื้องหน้า ดังนี้. อานนท์ ! ก็ธรรมปริยายอันชื่อว่า แว่นธรรมในที่นี้ เป็นอย่างไรเล่า? อานนท์ ! อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้วด้วยความเลื่อมใสอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในองค์พระพุทธเจ้า... ในองค์พระธรรม... ในองค์พระสงฆ์... และอริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้วด้วยศีลทั้งหลาย ชนิดเป็นที่พอใจของเหล่าอริยเจ้า คือ เป็นศีลที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นศีลที่เป็นไทจากตัณหา เป็นศีลที่ผู้รู้ท่านสรรเสริญ เป็นศีลที่ทิฏฐิไม่ลูบคลำ และเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ. อานนท์ ! ธรรมปริยายอันนี้แล ที่ชื่อว่าแว่นธรรม ซึ่งหากอริยสาวกผู้ใดได้ประกอบพร้อมแล้ว เมื่อจำนงจะพ...